วันที่ แปด มิถุนายน
เป็นวันแรกที่ได้มีเวลาว่างนั่งเขียนอะไรเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับชีวิต
เนื่องจากว่าง สี่ชั่วโมงครึ่ง แล้วมานอนรอเรียน แล้วก็นอนไม่หลับ
กลิ่นข้าวไข่ดาวที่ใส่ ปิ่นโตมากินด้วย ช่างยั่วยวนใจเหลือเกิน
แรนด้อมเปิดเพลงในโน๊ตบุคมาเพลงนึง เพลงแรกก็เป็นเพลงหมดเวลา
อีทีซี มาพอดี ไม่เหมือนที่คิดไว้ แต่ก็อยากฟังแหละ
ทีนี้มี หลายเรื่องที่อยากจะเขียน ตั้งแต่เรื่องล่าสุดมาก่อนแล้วกัน
เรื่องไปซื้อเสื้อ ก็ซื้อเสื้อตามที่ตัวเองอยากจะซื้ออะนะ เหี้ยได้อีก
พอบอกมิ้น มิ้นก็บอกว่าทุเรด อืมถ้าจะมองในแง่เดียวแค่นั้นก็มองต่อไป
ก็เลยคิดว่า อืม อย่าคุย อย่าพูดดีกว่า ขอให้มีความสุขที่ได้อยู่กับที่บ้านเค้า
วันนั้น วันที่ไปทีเชิ๊ต ถ้าเราไปกับเจ๊หญิง ก็คงได้อยู่จนถึงเจอมิ้น
เพราะว่าเจ๊หญิงไปทำงานบู้ทดีแทค กลับดึกดื่น
แต่พอดีไม่ไหวไง เลยไปกะพี่ซี ไปกะเอ๋ แถมได้ไปดู สเรสสิสที่แพงบ้าเลือดอีก
ป้ามึงเสื้อตัวละสองหมื่นห้า เมนอินไทยแลน ไร้สาระเกินไป
ไม่เป็นไรแต่ถือว่าชิวมาก เพราะได้กินเบียในงานด้วย...
มิ้นคงพูดย้ำอีกว่า ทุเรด แต่อืมไม่เป็นไร คนจะกิน คนจะมีความสุข บ้าง
เรื่องหลายๆ อย่างที่คิดได้ก็คือว่า เรื่องเล็กๆ อย่างการดูนาฬิกาเนี่ย
มีวันนึงพยายามอยากจะนอนเร็ว แล้วนอนไม่หลับดูนาฬิกาบ่อยเลยคิดได้
ถ้าเราหันไปมองนาฬิกาแล้วมันบอก ช่วงนาทีระหว่าง 0-10 มันก็ดูนิดหน่อย
ถ้ามันอยู่ในช่วง 20 กว่าๆ ก็จะทำให้รู้สึกว่า โหไรวะ จะครึ่งแล้วหรอ
แต่แปลก พอช่วง 30-40 เราจะไม่ค่อยรู้สึกอะไรมากเท่าที่ควร
แต่พอมันขึ้นเลข 50 นะ เราจะแบบ เออ กว่ากูจะหลับแม่งก็ครบชั่วโมงพอดี
ยังไม่พอ คิดอีกเรื่องหูฟังซาวเบ๊า ที่สมัยก่อนเรามักเจอคนที่ใส่หูฟังแล้วมีเสียงแลบ
เราก็จะด่าเค้าว่า แสดทำไมต้องฟังดังๆ วะ เด๋วหูก็แตกหรอก
ทำไมเราไม่คิดอีกมุมนึง คิดกลับกัน คิดในแง่ที่เห็นใจคนทุกคนบนโลก
ถ้า สรีระหูเค้าไม่เหมือนหูเราล่ะ เช่นแบบ รูหูเล็ก ยัดหูฟังไม่เข้า อะไรแบบนี้
หรือคิดอีกมุมนึงก็ยังดี แบบคิดว่า โง่ว่ะ ใส่หูฟังไม่เปน
คิดใกล้ๆ กันอีกก็จะบอกว่า ใส่ไม่เป็น แล้วคุณภาพเสียงจะเป็นไงวะ
แต่ก็นั่นแหละ มองโลกในแง่ดีไว้ก่อน น่าจะสบายใจ จะได้ทำให้ยิ้มได้เหมือนคนบ้าไปวันๆ
ยังมีอีกเรื่อง เวลาเราติดไฟแดง หรืออะไรแล้วเราอยู่ในเลนที่จะเลี้ยวเนี่ย ทำไมเราไม่ชิด
ชิดฟุตปาด ชิดกำแพงไปเลย อะไรแบบนี้
แม่งไอสัด เวลามอไซขับมา แล้วมาติดมึง มึงไม่เห็นเลยใช่มั้ยว่าเค้าต้องลำบากอ้อมรถมึง
คันเดียว
ย้ำ คันเดียว อิเวร
มาต่อเรื่องขายวิตามินซี อยากขายนะ แต่ตัวเองยังไม่ได้ซื้อกินเลย มัวแต่ช๊อปปิ้ง
คนเรานี่จริงๆ ของบางอย่างพอไม่มี อยากมีเหี้ยๆ แต่พอมีแล้วก็เฉยๆ ไม่ร้อนไม่หนาว
จำได้ เมื่อก่อนไม่มีโน๊ตบุค บ่นอยากมีใจจะขาด อ้างนู่นอ้างนี่ยังกะจะตาย
แล้วพอมี ก็เฉยๆ ก็ดี แถมยังขี้เกียจชาร์จอีกนะ แม่งให้ตายเหอะ
มาถึงเรื่องชีวิตส่วนตัว ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ทำอะไร หลังจากนอนตายมาสองวันติด
วันนี้มานั่งตรงนี้ คิดถึงวันที่เคยมีมิ้น
เด๋วนะ เด๋วมาพิมพ์ต่อ ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน 12.03
12.09 มาพร้อมกับเรื่องอีกเรื่อง ที่คิดได้ใหม่ เรื่องห้องน้ำ แต่เอาไว้ก่อน ค่อยเล่า
เรื่องเคยมีมิ้นอะนะ ก็แบบ บรรยากาศเอาข้าวมากินเนี่ยใช่เลย
สมัยก่อนตอนเอามากินกะมิ้น ไม่เคยแคร์เท่าไหร่เลยนะว่า ข้าวจะกรังติดจานยังไง
แต่เด่วนี้ดิ คิดเสมอเลยว่ากลับบ้านต้องล้างทันที กินเสดอาจต้องแช่น้ำ อะไรแบบนี้
เมื่อเช้าอาบน้ำแอบคิดว่า มิ้นไม่เคยมาดูแล หมอนอิงหมอนข้างเลย
เพราะยายชอบพูดว่า ไม่รู้หมอนข้างมีแผลที่ก้นเปล่า หรืออาจจะเป็นขี้ที่ติดก้นมัน
แล้วมิ้นก็ไม่ได้มาลา หมอนอิงก่อนตาย บางทีนะหมอนอิงอาจจะตายไปแบบเหงาๆ
ทั้งๆ ที่ไม่ได้เจอหน้าเจ้าของคนนึงของมันเลยก็ได้
เรื่องห้องน้ำละกัน ผู้ชายหลายคนคงเป็นเหมือนกัน อันนี้
ยกกตัวอย่างเมื่อกี้เลยนะ เวลาผู้ชายเข้าห้องน้ำไปอะ แล้วหายไปซักพัก
เดินออกมาพร้อมเสียงชักโครกดังๆ คนก็จะรู้ว่า ไอ้คนนี้ ไปอี้ แน่ๆๆ
ต่างกันที่ห้องน้ำผูญิงทุกห้องต้องมีเสียงชักโครกอยู่แล้ว
ผู้หญิงถึงไม่ค่อยรู้สึกอายเท่าไหร่ แม้จะทำธุระแบบไหนก็ตาม
หรืออาจเป็นเพราะเราเป็นคนคิดมาก มาจากเมื่อก่อน สมัยอยู่อัสสัม
เพราะมันชอบมีเด็กโส เข้าห้องน้ำ อี้ติดกำแพง อี้ส้วมตัน ฟังแล้วอุบาด
เราเลยกลายเป็นคนที่ไม่กล้าเข้าห้องส้วมเลย ต้องกลับมาเข้าที่บ้านทุกที ร่ำไป
ก็อาจจะเป็นได้ใช่ไหม ที่เราเป็นคนคิดมากไปในเรื่องนี้... ใช่ เป็นได้
หลังจากที่หูฟังที่ฟ้าให้มาพังไปข้าง ทำให้ต้องใช้หูฟังเก่า รู้สึแย่มาก
เพราะมันต้องยัดไปในหูเลยทีเดียว เจ็บ แถมไม่ไดยินเสียงรอบข้างแม้แต่นิด
ถ้าเบาเพลง ก็เบาเกินไป เรียกว่ามันไม่พอดี
เรื่องเดิมกลับมา คิดถึงวันที่ไปกะพี่ซีกะเอ๋
เอ๋ถาม กล้าเล่นหัวหรอ พี่ซีก็เล่นเลยแบบไม่ให้ตั้งตัว เห็นแล้วสะใจ
ก็หวนคิดถึงตัวเองเมื่อก่อน ว่าจะจับหัวไม่ได้เลย จับไปที งอนเป็นวันๆๆ เทพมั้ยล่ะ?
วันนั้นผ่านออโต้แบคกะฟ้า ก็เล่าให้ฟ้าฟังว่าเนี่ย มึงรู้ป่ะ กูต้องนั่งมอไซมาลงตรงนี้ทุกวัน
ฟ้าถามอ้าว ทำไมวะ.. เลยตอบไป กูต้องมารับมิ้นว่ะ มาถือกระเป๋าให้
วันไหนมาไม่ทันนะแม่ง งอนทั้งวันอะ เดินเชิด ไม่พูดกะกูเลยทีเดียว
จำได้เลย เดินตามไปสั่งข้าวกลางวันด้วย ถามว่านั่งไหน ก็เชิดไม่ตอบ
หลายเรื่องจิงๆ กลับไปดูรูปเก่าๆ รูปมิ้นถือกีต้าทำเท่ หน้าห้องดนตรี ชั้น สี่หรือห้าเนี่ย
จำได้ตอนจะถ่ายบอกว่า ทำท่าเหมือนเล่นเป็น ก๊าก ดีดไปที ก็โวยวายเจ็บนิ้ว
คิดต่อไปอีกกว่ามันมีวิชาดนตรีเลือกเนี่ยแหละที่ต้องเรียนเปียโน
แล้วตูผ่านมาได้ไงฟะ อาจารย์ชิวมากเลยจิงๆ
ว่าไปถึงอาจารย์ดนตรี คนที่หัวขาวๆ เก๋าๆ ขี้เกียจสอนนั่นแหละ
แกฮามาก วันที่โดดกำแพงไปซื้อพอนสแตนให้มิ้น แล้วเดินกลับมามอบตัว
ถ้าไม่ได้อาจารย์เนี่ย คงไม่ไดเข้า หรือไม่ก็คงโดนทันบนไปแล้ว
คิดถึงอาจารย์พัทยา ไม่รู้ป่านนี้เป็นไงบ้าง รูปร่างเค้า นิสัยเค้า คล้ายแม่เราเลย
วันนี้เรียน web design มาถึงเขียนๅ html เหมือนสมัย เริ่มทำเวปตอน ม.สาม
ก็ฮาดี อาจารย์น่าจะใจดี เทอมนี้น่าจะชิว มีวิชาเรียนไปแล้วสองตัว อาจารย์กวนติงคนนึง
น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี จบซักที
วันนี้ขนาดมาถึง 8.30 ยังได้จอดชั้นสิบ เป็นคันที่เกือบ สิบ นี่ถ้ามาช้ากว่านี้ คงไม่ได้จอด
ตรงนี้ ที่ที่ลมเย็น ที่ที่เคยมาจอดกับมิ้นประจำ เยี่ยมไปเลย แต่แอบกลัวยูวีนะเนี่ย ยิ่งดำอยู่
ตึกใหม่วิชาต่อไปก็เฮงซวย รอลิฟท์กัน ห้าสิบเมตรได้มั้ง วันพฤ แล้วแม่งเรียนชั้น แปด เงี้ยะ
ลมพัดโน๊ตบุคจะปลิว เบาะหลังนอนไม่สบายเลยตัวแอ่น งอเพราะไอ้ตรงกลางมันสูง
หลังจากที่เลิกฟังเพลงเศร้าไปพักนึงเพราะโหลดแต่ เพลงน่ารัก bossa, k-techno มาฟัง
ตอนนี้ก็กลับมานั่งฟังเพลงแบบเดิมและ เคยโดนคนพูดไว้ว่า เปนบ้าไรฟังแต่เพลงเศร้า
แต่ก็นะ คนเรามันเป็นแบบนี้ จะให้เปลี่ยนกันง่ายๆ ก็คงไม่ได้ ก็จริง
วันที่ 26 มีนัดกับ etc ที่ overtone rca อีก พี่แจ้วลากไปบอกว่า จ่ายค่าเข้าด้วย 150
แลกดริ้งได้หนึ่งดริ้ง อืม แต่สถานที่ไม่น่าจะชิวเท่าไหร่ คงไปเสพย์ดนตรีเหมือน saxophone
ต่อกันอีกวัน วันที่ 27 ที่ memory กันเลยทีเดียว สี่คนบังคับเปิดเหล้าเรด พันเดียว!!!
ถูกดี แต่ไม่อยากกินเหล้าแล้ว เมื่อวานซืนกินมานิดหน่อย ไม่ค่อยชิวเท่าไหร่
จะว่าไปเรื่องเหล้าเนี่ยก็น่าขยายความนะ ว่ามันทำให้เราเป็น ปรมจารย์และ
เหล้ายิ่งหมักนาน มันยิ่งแฮงค์น้อย หลังจากที่เปรียบเทียบมานาน
แบลค แสงโสม = เทพ .. ในขณะที่ เรด = เบสิค .. เบนมอ ฮันเดรด = ฟวย
เริ่มไร้สาระมากขึ้นทุกที แต่ก็จะ เที่ยงครึ่งแล้ว น่าจะเหมาะสมเวลากินข้าว
เด๋วไม่ใช่หิวแบบ พฤ ที่แล้วอีก แย่แน่เลย
ตึกจอดรถแม่งก็นะ จะมีสัญญาณไวไฟ ให้กูเล่นหน่อยก็ไม่ได้ ควายจริงๆ 12.30
ก็ถามตัวเองนะ ว่าแล้วตึกมันมีไว้จอดรถ มันไม่ได้มีไว้ให้เล่นไวไฟ
แต่ก็เถียงนะ ว่ามันอยู่ในเขตมหาลัย ข้างตึกไอที อยู่แค่เนี้ยะ ห่วยแตกจิงๆๆๆๆๆ
ทุกวันนี้ก็รู้ตัวนะว่ายังเป็นคนไม่ดี ยังรักได้ไม่เต็มที่ เพราะยังทำให้เขาไม่มีความสุขอยู่
เพลงมันกินใจจริงๆ แบบ เพลงแชร์ หรือเพลงที่เลิกกันไปแล้วแต่ก็ยังเป็นห่วงดูแลอยู
คนแต่งเนี่ย ยอดคน นับถือจริงๆ สื่อ สาร ได้ตรงใจคนรับสารมากๆ
ไว้จะมาพิมพ์เรื่องเนื้อเพลงต่อ เด่วนี้ชอบคิดอะไรแปลกๆ ได้เสมอ
ตอนแรกคิดว่าจะขึ้นชื่อหัวข้อว่า วิทยานิพนธ์ชีวิต แต่ดูจะเป็นการเป็นงานไป
ต่อไปนี้ต้องพกกระดาษปากกาติดตัวไว้โน๊ตและ คิดได้จด ไม่ใช่จำ 12.35
12.40 เรื่องการขับรถเหมือนกัน การเปลี่ยนเลน ไม่ว่าจะอยู่ ขวาสุดหรือซ้ายสุด
นั่งมาหลายคนและ ที่เปลี่ยนเลนแบบมองแค่เลนข้างๆ เลนเดียว
สมมติอยู่ขวาสุด แล้วจะเข้ากลาง ถนนมีสามเลน ทำไมไม่มองซ้ายสุดข้างหน้า ข้างหลัง
มองข้างหน้าว่าเค้าจะมาเลนกลาง เหมือนที่เราจะไปรึเปล่า
มองข้างหลังว่าเค้ามาเลนกลางแล้วรึยัง
แค่นั้น ทำไมจะทำไม่ได้ ถ้าทำได้นะ มันจะทำเองเป็นอัตโนมัติ แล้วเราจะชิว ปลอดภัย
ไม่ใช่แค่นั้น มันจะทำให้มอง ชอท ได้ดีขึ้นเยอะ ไม่ใช่ออกไปแล้วก็ตัน ติดคันอื่น
เออ แล้วมันมีเพลง ๆ นึงที่บอกว่า ช่วยบอกได้มั้ยเธอลืมได้อย่างไร อะไรประมาณนี้
อยู่ดีๆ ลืมเฉยเลย ชื่อเพลงไรหว่า แต่เจ๋งมากๆ แต่งได้ไง แล้วเธอลืมได้ไง
บางทีเธออาจจะไม่ลืม แต่เธอมีอย่างอื่นล่อใจให้หันเหไป ในขณะนั้น
คิดถึงเพลง จะอยู่กับเธอทั้งคืน ของหนี่งจักรวาร ฟี๊ท หนึ่งอีทีซี
เพราะชิบเป๋ง ฟังช้า ตกเทรนไปสามสี่เดือน เพราะไม่รู้ว่ามีเพลงนี้ในอัลบั้ม
บวกกับตอนนั้นยังไม่เข้าใจว่า ดนตรีที่แท้จริงคืออะไร โห คิดถึงวันนั้นที่ แซ้กโซโฟน
มีความสุขจริงๆ ตอนที่เค้าเล่น กลับบ้านนี่อิ่มเลย
เรื่องเล็กๆ อีกอย่าง คือตัวบอกแบตในโน๊ตบุคนี่มันกวนตีนดีเนอะ รูปมันแบบห่วยแตก
พอแบตต่ำกว่า 70 หรือ 65 เนี่ยแหละ รูปมันจะเห็นแบตอยู่ครึ่งนึง ทำให้เราเข้าใจว่า 50%
ไอ้เวรเอ้ย ทำไมไม่ลดมาถึงครึ่งตอนที่มันเหลือ 50% ละวะ จะได้ไม่ต้องกังวล วิตกจริต 12.48
12.57 กินข้าวเสด คิดถึงที่อาจารย์บอกว่า ที่ เอแบคมีคนใช้โปรแกรม ดักคำพูดใน msn
ผ่านไวไลส เพราะฉะนั้น ไม่ควรบอกพาสเวิตผ่าน msn .. ว่าจะโหลดมาลองอยู่เหมือนกัน
ยังไม่พอ มะกี้กินข้าวคิดได้ว่า วันนี้แย่แล้ว เพราะเคยอ่านมาว่าปกติร่างกายคนเรา
จะต้องการคอเรสเตอรอล 300mg ต่อวัน แล้วไข่แดงหนึ่งลูกมี 250mg ไง.. มะกี้กินไปสองลูก
ฮ่าๆ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนานๆ ที กินที เพราะตั้งแต่รู้มา ก็ตักไข่แดงออก กินแบบเหลือๆ
เอาแต่โปรตีนจากไข่ขาว ไม่ใช่บางคนไม่รู้กินไข่แล้วโต กินเกินไป ก็เป็นโรคพอดี
แล้วเคยอ่านมาเหมือนกันเค้าบอกว่า จะแก่แค่ไหนก็กินไข่ได้ แต่ต้องวันละลูก
ยิ่งถ้าแก่ก็ต้อง คำนึงถึงอาหารอื่นที่มีคอเรสเตอร่อลไปด้วย ก็เป็นเรื่องจริงที่บางคนคิดไม่ถึง
มาม่าถ้าจะกินสองซองก็ช่วยใส่เครื่องปรุงแค่ซองเดียว ไม่งั้นเด๋วจะได้โซเดียมเกิน
นี่ลืมมาหลายทีแล้ว แต่รู้ว่าถ้าโซเดียมมาก แล้วจะทำให้ปริมาณฟอสโฟรัสน้อยลง
แบบมันไปหักล้างกันเนี่ยแหละ แล้วฟอสโฟรัสเนี่ยจำเป็นต่อร่างกายเลยแหละ
เด๋วนี้ยายทำอาหารไม่อร่อย ลืมเติมน้ำปลา หรือรสชาตินอยมาก ก้จะคิดว่าดี เพื่อสุขภาพ
นอนต่อซักชั่วโมงครึ่งดีกว่า ชักเริ่มง่วงแล้ว
ไอโน๊ตบุคบ้า ก็ไม่เหมาะกับคนมือใหม่วางพิมพ์บนเข้าเลยจิงๆ
มือมันไปโดน ทัชแพทตลอดเลย.. พิมพ์ว่ามือใหญ่ ก็คิดถึง msg ที่มิ้นส่งมาว่า
ur hand big and soft mak mak ฮ่าๆๆ ไม่ได้จับมือกันมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย ไม่อยากคิดเลย 13.03